<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดันนักวิจัยนวัตกรรมจดสิทธิบัตร - ข่าวสารน่าสนใจประจำวัน				            </title>
            <link>https://www.spppadscreen.com/board/topicid/210</link>
            <description>พื้นที่ข่าวสาร : จำหน่ายเครื่องสกรีน เครื่องพิมพ์แพด อุปกรณ์งานสกรีน ครบวงจร</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Tue, 14 Jul 2026 19:20:12 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดันนักวิจัยนวัตกรรมจดสิทธิบัตร</title>
                        <link>https://www.spppadscreen.com/board/postid/215</link>
                        <pubDate>Tue, 21 Oct 2025 03:55:12 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดันนักวิจัยไทยเจ้าของนวัตกรรมจดสิทธิบัตรอาหารแห่งอนาคต
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(ทป.) กล่าวว่า จากข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกชี้...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดันนักวิจัยไทยเจ้าของนวัตกรรมจดสิทธิบัตรอาหารแห่งอนาคต</strong></span></p>
<p>วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(ทป.) กล่าวว่า จากข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต หรืออาหารที่ปลอดภัยเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ตอบสนองวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ เช่น อาหารเสริมสุขภาพ อาหารเชิงฟังก์ชัน (Functional Food) โปรตีนทางเลือก ประกอบไปด้วยอาหารออร์แกนิก เป็นต้น รวมถึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมไปถึงประมาณการว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านบาทในไทยในปี 2570 หมายรวมไปถึงแม้ว่าปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ระยะทรงตัว ไม่พุ่งแรง แต่ยังคงมีการแข่งขันสูงต่อเนื่อง</p>
<p>โดยประเทศที่มีจำนวนสิทธิบัตรนวัตกรรมดังกล่าวสูง ได้แก่ จีน (ครองสิทธิบัตรมากที่สุด มากกว่า 1,500 ฉบับ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา) ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ร่วมกับเกาหลีใต้ ขณะที่ประเทศที่น่าจับตาในตลาดนี้ ได้แก่ อินเดีย ซึ่งมีการเติบโตสูงกว่า 26% ต่อปี และก็ฟิลิปปินส์ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นางอรมน กล่าวว่า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมดังกล่าวเริ่มอยู่ในระยะทรงตัว แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียด จะพบ 4 เทคโนโลยีกลุ่มย่อยที่กำลังมาแรงหรือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย ได้แก่</p>
<p>(1) โปรตีนจากพืชประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Plant-based Proteins &amp; Bioactive Compounds) ซึ่งเคยถึงจุดอิ่มตัว ก่อนกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังช่วงโควิด-19 จากเทรนด์รักสุขภาพทั่วโลก นโยบายสิ่งแวดล้อมบวกกับสวัสดิภาพสัตว์</p>
<p>โดยสถาบันการศึกษาประกอบกับหน่วยงานวิจัยเป็นผู้ถือสิทธิบัตรหลักมากกว่าภาคเอกชน ส่งผลให้ในภาพรวมมีผู้ถือสิทธิบัตรประมาณ 2,100 – 2,900 ฉบับต่อปี (2) โภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) อยู่ในระยะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงมีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อออกแบบสูตรอาหารหรืออาหารเสริม</p>
<p>นางอรมน กล่าวว่า ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล โดยสาขานี้มีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งบริษัทยาชีวภาพ และก็สถาบันวิจัย รวมผู้ถือสิทธิบัตรประมาณ 800 – 900 ฉบับต่อปี ตัวอย่างเช่น ระบบห้องครัวอัจฉริยะ การปรับเวลา อุณหภูมิ หมายรวมไปถึงสูตรอาหารเฉพาะบุคคล (3) เทคโนโลยีการหมัก (Fermentation Technology) เช่นนั้นแล้วคือกระบวนการใช้จุลินทรีย์เปลี่ยนวัตถุดิบอาหารให้มีคุณสมบัติใหม่ ทั้งในแง่เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการรวมถึงการปรับรสชาติอาหารให้ดีขึ้น ปัจจุบันถูกพัฒนาสู่เทคนิคขั้นสูง เพื่อสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ</p>
<p>ภาพรวมของตลาดนี้อยู่ในช่วงอิ่มตัวหากมองในเชิงปริมาณ ซึ่งมีผู้ถือสิทธิบัตรประมาณ 200 – 300 ฉบับต่อปี แต่มีการแข่งขันในเชิงคุณภาพนวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของโลกที่มีสิทธิบัตรด้านการหมักจำนวนมาก เนื่องจากมีวัตถุดิบร่วมด้วยองค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การหมักสมุนไพรจีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพยา บวกกับ (4) เทคโนโลยีการพิมพ์อาหาร 3 มิติ (3D Food Printing and Precision Nutrition)</p>
<p>นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้ในการออกแบบอาหารโดยการขึ้นรูปทีละชั้น ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโครงสร้างซับซ้อนหลากหลายรูปทรง และสามารถเติมสารอาหารต่างๆ เข้าไป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการรวมถึงควบคุมปริมาณองค์ประกอบต่างๆ ได้อย่างละเอียดรวมไปถึงแม่นยำ เช่น การพิมพ์แท่งอาหารที่ปรับสัดส่วนโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน ให้ตรงความต้องการของนักกีฬาแต่ละคน การพิมพ์อาหารบดสำหรับผู้สูงอายุที่เคี้ยวยาก พร้อมเสริมสารอาหารที่จำเป็นอย่างแคลเซียมรวมไปถึงโพรไบโอติกลงไปได้อย่างแม่นยำ เป็นต้น นวัตกรรมดังกล่าวมีโอกาสขยายตัวสูง โดยมีทั้งบริษัทยารวมไปถึงแบรนด์อาหารระดับโลกเข้ามาร่วมพัฒนา ผู้เล่นในเทคโนโลยีนี้เชื่อมโยง 3 วงจรนวัตกรรม ตั้งแต่งานวิจัยต้นน้ำ เทคโนโลยีดิจิทัลกลางน้ำ รวมไปถึงแบรนด์อาหารปลายน้ำ รวมผู้ถือสิทธิบัตรประมาณ 200 – 300 ฉบับต่อปี</p>
<p>นางอรมน กล่าวว่า สำหรับโอกาสและทิศทางของไทย กรมฯ มองว่า “Future Food” ไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็นสนามแข่งขันระดับโลกที่ไทยต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาประเภท “สิทธิบัตร” เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ผลักดันการเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ทั้งนี้ ไทยมีจุดแข็งด้านภูมิปัญญาบวกกับทรัพยากรท้องถิ่นที่หลากหลาย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถจับมือกับมหาวิทยาลัยและก็สตาร์ทอัพ เพื่อบ่มเพาะนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ เช่น การวิจัยเพื่อค้นหาสารออกฤทธิ์ใหม่ๆ จากพืช อาทิ กระชายที่ช่วยต้านการอักเสบ ใบบัวบกที่ช่วยเสริมความจำ รวมทั้ง</p>
<p>การสร้างนวัตกรรมการหมักเพื่อต่อยอดสินค้า GI ในกลุ่มอาหารรวมถึงพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ต้นทุนความหลากหลายทางชีวภาพ แปลงเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ไปได้ไกลในตลาดโลก นอกจากนี้ ควรมีการปรับแนวคิดในภาคอุตสาหกรรมไทย จากการ “ผลิตมากเพื่อขายวัตถุดิบ” เป็น “คิดวิจัยให้มาก เพื่อขายสิทธิบัตร” เพื่อให้คนไทยเป็นเจ้าของนวัตกรรมที่โลกต้องการ นางอรมน กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ สถิติคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรประกอบไปด้วยอนุสิทธิบัตรกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตในไทย<strong> ในช่วง </strong><br /><strong>9 เดือนแรกของปี 2568 มีการยื่นคำขอสิทธิบัตร 190 คำขอ (ต่างชาติ 157 คำขอ หมายรวมไปถึงไทย 33 คำขอ)</strong> และคำขออนุสิทธิบัตร 470 คำขอ (ต่างชาติ 29 คำขอ แล้วก็ไทย 441 คำขอ)</p>
<p>สำหรับสถิติการจดทะเบียน มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 93 ฉบับ (ต่างชาติ 89 ฉบับ ประกอบไปด้วยไทย 4 ฉบับ) บวกกับ<strong>จดทะเบียนอนุสิทธิบัตร 163 ฉบับ (เป็นของคนไทยทั้งหมด) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดให้มีช่องทางเร่งรัด (Fast Track) ในการจดทะเบียน</strong> จากทั่วไปที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยของการจดทะเบียนสิทธิบัตรอยู่ที่ 38.5 เดือน นับจากวันยื่นขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ จะเหลือใช้เวลาเพียง 12 เดือน และก็อนุสิทธิบัตรจาก 12 เดือน เหลือ 6 เดือน ซึ่งใน</p>
<p>ปี 2568 มีผู้ยื่นคำขอใช้ช่องทาง Fast Track 18 คำขอ บวกกับกรมได้จดอนุสิทธิบัตรให้แล้วจากช่องทางนี้ 16 ฉบับ เช่น ไอศกรีมนมอัลมอนด์เสริมโปรตีนจากจิ้งหรีด สารสกัดต้านอนุมูลอิสระ ข้าวเหนียวกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์คล้ายเนื้อสัตว์ ประกอบไปด้วยสูตรผสมจุลินทรีย์โพรไบโอติก เป็นต้น</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.spppadscreen.com" rel="dofollow">หจก.สถาพร แพด พริ้น</a> จำหน่ายเครื่องสกรีน เครื่องพิมพ์แพด พร้อมอุปกรณ์งานสกรีนครบวงจร สนใจโทร 081-620-5309</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.spppadscreen.com/board/news-today">ข่าวสารน่าสนใจประจำวัน</category>                        <dc:creator>หจก. สถาพร แพด พริ้น</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.spppadscreen.com/board/postid/215</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		