หมอห่วงภาวะ ‘New Year’s Blue’ เหงา-ซึมเศร้า หลังปีใหม่ แนะประชาชนดูแลสุขภาพใจ
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 69 กรมสุขภาพจิต เตือนประชาชนให้ตระหนักถึงภาวะ “New Year’s Blue” หรืออาการเหงา-ซึมเศร้าช่วงปีใหม่ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังเทศกาล แม้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่ควรใส่ใจดูแลสุขภาพใจ หากอาการกระทบต่อการใช้ชีวิต แนะนำให้เข้ารับการประเมินรวมทั้งขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ภาวะ “New Year’s Blue” หรือ “อาการเหงา-ซึมเศร้าช่วงปีใหม่” เช่นนั้นแล้วคือภาวะที่ประชาชนบางส่วนอาจรู้สึกหดหู่ ว้าเหว่ หมดแรงจูงใจ หรือวิตกกังวลในช่วงก่อน ระหว่าง หรือหลังเทศกาลปีใหม่ แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองก็ตาม ภาวะดังกล่าวพบได้บ่อยและมักเกิดขึ้นชั่วคราว ยังไม่ถือเป็นโรคทางจิตเวช โดยมีสาเหตุจากหลายเหตุร่วมกัน อาทิ การเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับผู้อื่นหรือรู้สึกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ยังไม่ประสบความสำเร็จ ความเหงาหรือการขาดคนร่วมฉลอง การอยู่ห่างไกลครอบครัว ความเครียดด้านการเงิน การงาน หรือความสัมพันธ์ ความอ่อนล้าทางกายและก็ใจจากการทำงานหรือการเดินทางตลอดปีที่ผ่านมา รวมถึงการสูญเสียหรือการระลึกถึงบุคคลสำคัญในช่วงเทศกาล โดยอาการที่อาจพบ ได้แก่ ความเบื่อหน่าย ไม่อยากทำกิจกรรม นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป รู้สึกหดหู่ วิตกกังวล ไม่อยากพบผู้คน สมาธิลดลง ไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการรับประทานอาหาร ทั้งนี้ หากมีความคิดทำร้ายตนเองหรือสิ้นหวังอย่างรุนแรง ต้องรีบขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที
นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสุขภาพจิตขอแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพจิตในช่วงปีใหม่ เพื่อช่วยให้ประชาชนดูแลใจของตนเองได้อย่างเหมาะสม ได้แก่
1. ยอมรับความรู้สึกของตนเอง โดยตระหนักว่าความรู้สึกหดหู่หรือไม่สบายใจสามารถเกิดขึ้นได้ ประกอบกับไม่จำเป็นต้องฝืนให้ตนเองมีความสุขเหมือนผู้อื่น
2. ดูแลสุขภาพร่างกายขั้นพื้นฐานให้เหมาะสม ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมไปถึงคาเฟอีน รวมถึงการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายเบา ๆ อย่างน้อยวันละ 20–30 นาที
3. วางเป้าหมายปีใหม่ในลักษณะเล็กประกอบไปด้วยสามารถทำได้จริง โดยโฟกัสทีละเรื่อง ไม่สร้างความกดดันต่อตนเอง ร่วมกับหมั่นชื่นชมความสำเร็จเล็ก ๆ ที่ตนเองทำได้ตลอดปีที่ผ่านมา
4. เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ผ่านการพูดคุย พบปะ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน หากอยู่เพียงลำพังอาจเข้าร่วมกิจกรรมอาสาหรือกิจกรรมในชุมชน เพื่อช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
5. จำกัดการเปรียบเทียบตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเลือกเสพข่าวสารหรือเนื้อเรื่องที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย บวกกับตระหนักว่าสิ่งที่ปรากฏในสื่อมักเป็นเพียงช่วงเวลาที่ถูกคัดเลือกมาแล้ว
6. ใช้เทคนิคผ่อนคลายอย่างง่ายเป็นประจำ เช่น การหายใจลึกร่วมกับช้า 3–5 นาที การเขียนระบายความคิดรวมทั้งจัดลำดับความกังวล หรือการฝึกสติอยู่กับปัจจุบันรวมทั้งทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จทีละอย่าง
7. ร่วมกันดูแลและก็ช่วยเหลือในครอบครัวร่วมกับชุมชน ด้วยการสังเกตคนรอบข้างที่มีพฤติกรรมเงียบ ซึมเศร้า หรือแยกตัว ชวนพูดคุย รับฟังโดยไม่ตัดสิน รวมถึงพาไปพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อสังเกตเห็นว่าอาการคงอยู่หรือรุนแรงเกินไป
“ย้ำว่าการขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องสำคัญแล้วก็ประชาชนไม่จำเป็นต้องเผชิญกับภาวะ New Year’s Blue เพียงลำพัง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านเวิลไวด์เว็บ www.วัดใจ.com ซึ่งให้บริการประเมินครอบคลุมภาวะซึมเศร้า ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย บวกกับภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยเมื่อพบความเสี่ยง จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับเพื่อให้คำปรึกษา พร้อมทั้งสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่าน สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถก้าวผ่านช่วงเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างมั่นคงรวมทั้งปลอดภัยทางใจ” นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าว
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว หจก.สถาพร แพด พริ้น จำหน่ายเครื่องสกรีน เครื่องพิมพ์แพด พร้อมอุปกรณ์งานสกรีนครบวงจร สนใจโทร 081-620-5309

