ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 ต้นสายปลายเหตุเฝ้าระวัง
วันที่ 3 เมษายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยความว่า ดัชนีราคาส่งออก แล้วก็ดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับความต้องการนำเข้าสินค้าสำหรับผลิตรวมถึงส่งออกยังขยายตัว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจแล้วก็การค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ร่วมกับความผันผวนของค่าเงินบาทและก็ต้นทุนโลจิสติกส์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ดัชนีราคาส่งออก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 113.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 2.2 (YoY) โดยได้รับต้นสายปลายเหตุสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์หมายรวมไปถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.8 ได้แก่ ทองคำ จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์แล้วก็เศรษฐกิจโลก ทำให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์บวกกับส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีรวมถึงการลงทุนด้าน AI แล้วก็ Data Center เพิ่มขึ้นทั่วโลก บวกกับเครื่องปรับอากาศร่วมด้วยส่วนประกอบ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค ทำให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศประกอบกับระบบทำความเย็นในตลาดโลกเพิ่มขึ้น
หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง หมายรวมไปถึงไก่สดแช่เย็น แช่แข็งร่วมด้วยแปรรูป จากความต้องการเนื้อไก่ประกอบกับสินค้าไก่แปรรูปในตลาดโลกเพิ่มขึ้น แล้วก็หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง ตามความต้องการอาหารสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ประกอบกับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ตามความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่หมวดสินค้าแร่บวกกับเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากอุปทานน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง

ดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 120.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 4.9 (YoY) สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตและก็การลงทุนที่ขยายตัวตามการส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน ประกอบกับวัตถุดิบ ขณะที่การนำเข้าพลังงานมีแนวโน้มผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าวัตถุดิบและก็กึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.9 ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าประกอบกับอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการนำเข้าวัตถุดิบ
เพื่อใช้ผลิตร่วมด้วยส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ รวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หมายรวมไปถึงสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะแล้วก็ผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้แร่โลหะเพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.4 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตามความต้องการบริโภคในประเทศ หมายรวมไปถึงการนำเข้าสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและก็เภสัชกรรม ตามความต้องการใช้ยารวมทั้งเวชภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และเครื่องประดับอัญมณี จากการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ทองคำ เพชร พลอย รวมทั้งโลหะมีค่า เพื่อใช้ในการผลิตและส่งออก
หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้ารวมไปถึงส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบไปด้วยส่วนประกอบ รวมถึงเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับหมวดยานพาหนะรวมถึงอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเฉพาะส่วนประกอบบวกกับอุปกรณ์ยานยนต์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง หดตัวน้อยลงร้อยละ 9.4 ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม น้ำมันดิบ รวมไปถึงน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า

แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก บวกกับดัชนีราคานำเข้า เดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องโดยมีเหตุสนับสนุนจาก
1) สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน
2) ความกังวลด้านความมั่นคงอาหาร ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรประกอบไปด้วยอาหารแปรรูปขยายตัวต่อเนื่อง
3) สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวโยงกับอิเล็กทรอนิกส์ บวกกับเทคโนโลยีขั้นสูง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก
4) ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง รวมไปถึงวัตถุดิบนำเข้า ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่
ขณะที่เหตุเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่
1) ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ร่วมด้วยอุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง
2) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค
3) ต้นทุนโลจิสติกส์ประกอบกับค่าระวางเรือสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น
4) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าร่วมกับมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ
5) ความผันผวนของค่าเงินบาท
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว หจก.สถาพร แพด พริ้น จำหน่ายเครื่องสกรีน เครื่องพิมพ์แพด พร้อมอุปกรณ์งานสกรีนครบวงจร สนใจโทร 081-620-5309

